มีรอยร้าวประเภทหนึ่งที่น่ากลัวกว่ารอยร้าวทั่วไปครับ เพราะมองไม่เห็นจากผิว และมักไม่ได้ร้าวตอนเชื่อม แต่มาร้าวเอาตอนงานติดตั้งไปแล้ว บางทีข้ามวันด้วยซ้ำ
ต้นเหตุคือไฮโดรเจนครับ และตัวที่พาไฮโดรเจนเข้าไปก็คือความชื้นในลวดเชื่อม เรื่องนี้แหละที่ทำให้ลวดโลว์ไฮโดรเจนต้องอบก่อนใช้ทุกครั้ง
คือลวดที่ออกแบบฟลักซ์มาให้ปล่อยไฮโดรเจนเข้าสู่แนวเชื่อมน้อยที่สุด จึงใช้กับงานที่รับแรงจริงจังได้ ในบ้านเราเจอหลัก ๆ 2 เกรด
| หัวข้อ | E7016 | E7018 |
|---|---|---|
| แรงดึงแนวเชื่อม | ไม่ต่ำกว่า 490 MPa | ไม่ต่ำกว่า 490 MPa |
| ผงเหล็กในฟลักซ์ | ไม่มี | มี ทำให้เติมเนื้อเร็วกว่า |
| คุมน้ำเหล็กในท่ายาก | ง่ายกว่า | ยากกว่าเล็กน้อย |
| ผิวแนวเชื่อม | ดี | เรียบกว่า สวยกว่า |
| นิยมใช้กับ | เที่ยวแรก (รูท) งานท่อ งานท่าตั้ง | งานเหล็กหนา เชื่อมหลายเที่ยว งานโครงสร้าง |
ที่ร้านมีให้เลือกทั้ง ARCTECH ARC-7016 · KOBE LB-52 · KOBE LH-2000 · YAWATA L-55 ฝั่ง E7018 ก็มี KOBE LB-52-18 และ YAWATA 7018 ดูทั้งหมวดที่ ลวดเชื่อมเหล็กทนแรงดึงสูง
ลำดับเหตุการณ์เป็นแบบนี้ครับ
ที่น่ากลัวคือขั้นตอนนี้ใช้เวลาครับ บางทีเชื่อมเสร็จตรวจแล้วดูดีทุกอย่าง ผ่านไป 24–48 ชั่วโมงถึงร้าว ช่างเรียกกันว่ารอยร้าวเย็น หรือรอยร้าวใต้แนวเชื่อม
ในงานโครงสร้างที่รับน้ำหนักจริง เรื่องนี้คือเรื่องความปลอดภัยของคนครับ ไม่ใช่แค่งานไม่สวย
| ขั้นตอน | ค่าที่ใช้ |
|---|---|
| อบก่อนใช้ | 300–350°C นาน 30–60 นาที |
| เก็บระหว่างทำงาน | กระบอกอบร้อน ตั้งไว้ราว 100–150°C |
| หยิบออกมาแล้วใช้ภายใน | ประมาณ 4 ชั่วโมง (งานสำคัญกว่านั้นให้สั้นลง) |
| อบซ้ำได้กี่ครั้ง | ตามที่ผู้ผลิตกำหนด ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2–3 ครั้ง |
ข้อที่คนทำผิดกันบ่อย
ถ้าหน้างานไม่มีตู้อบเลย ทางเลือกที่รับได้คือซื้อแบบกระป๋องสุญญากาศที่ผู้ผลิตซีลมาให้ แกะแล้วใช้ให้หมดในวันเดียว อย่าแกะทิ้งค้างข้ามคืน
เอาลวดโลว์ไฮโดรเจนมาเชื่อมแบบเดียวกับลวดธูปแล้วจะรู้สึกว่ามันใช้ยากครับ เพราะมันต้องการท่าที่ต่างออกไป
งานพวกนี้ถ้าใช้ลวดธูป E6013 แทน อาจเชื่อมติดสวยงามดีทุกอย่าง แต่แนวรับแรงไม่ถึงสเปกและเสี่ยงร้าวใต้แนว ซึ่งตรวจด้วยตาไม่เจอครับ
Mill Test Certificate คือใบรับรองผลทดสอบจากโรงงานผู้ผลิต ระบุส่วนผสมทางเคมีและค่าทางกลของลวดล็อตนั้นจริง ๆ
งานที่มักถูกขอ — งานราชการ งานโครงการใหญ่ งานที่มีผู้ตรวจสอบอิสระ งานส่งออก และงานที่ต้องทำ QA ส่งลูกค้า
ขอตั้งแต่ตอนสั่งซื้อเลยครับ เพราะ MTC ผูกกับเลขล็อตของลวด ถ้าของส่งไปแล้วค่อยมาขอทีหลัง จะตามหาว่าล็อตไหนยากกว่ามาก
ลวดโลว์ไฮโดรเจน E7016 และ E7018 อบที่ 300–350 องศาเซลเซียส นาน 30–60 นาที แล้วเก็บในกระบอกอบร้อนที่ราว 100–150 องศาระหว่างทำงานครับ ส่วนลวดธูปรูไทล์อย่าง E6013 ไม่ต้องอบ แค่เก็บในที่แห้งปิดกล่องให้สนิทก็พอ
อาการที่เห็นทันทีคือแนวเชื่อมพรุนเป็นรูเข็ม จุดอาร์กติดยาก และสแลกเคาะไม่ค่อยออก แต่อาการที่อันตรายกว่าคือรอยร้าวใต้แนวเชื่อมซึ่งมองไม่เห็นจากผิวและอาจเกิดหลังเชื่อมเสร็จไปแล้ว 1–2 วัน ในงานโครงสร้างที่รับน้ำหนักนี่คือเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่แค่งานไม่สวย
ไม่ได้ครับ เตาอบทำอาหารทั่วไปขึ้นไม่ถึง 300 องศาและคุมอุณหภูมิไม่แม่นพอ ต้องใช้ตู้อบลวดโดยเฉพาะ ถ้าหน้างานไม่มีตู้อบจริง ๆ ให้ซื้อลวดแบบกระป๋องสุญญากาศที่ผู้ผลิตซีลมา แกะแล้วใช้ให้หมดภายในวันเดียว อย่าแกะทิ้งค้างข้ามคืน
แรงดึงอยู่ระดับเดียวกันคือไม่ต่ำกว่า 490 MPa และเป็นโลว์ไฮโดรเจนทั้งคู่ ต่างกันที่ E7018 มีผงเหล็กผสมในฟลักซ์ จึงเติมเนื้อเร็วกว่าและแนวเรียบกว่า เหมาะเหล็กหนาที่เชื่อมหลายเที่ยว ส่วน E7016 คุมน้ำเหล็กง่ายกว่าในท่ายาก ช่างท่อจึงนิยมใช้เชื่อมเที่ยวแรก
เพราะตอนจุดอาร์ก ฟลักซ์ยังไม่ทันสร้างม่านแก๊สคลุมแนว อากาศจึงเข้าไปในน้ำเหล็กช่วงแรก แก้ได้ 3 ทางครับ — จุดอาร์กบนแผ่นเหล็กเศษก่อนแล้วค่อยลากเข้าแนวจริง หรือจุดล้ำไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาเริ่มเชื่อมทับรอยเริ่ม และเดินอาร์กให้สั้นที่สุดตั้งแต่วินาทีแรก
โทรหรือแอด LINE มาถามได้เลยครับ บอกว่างานอะไร เหล็กหนาเท่าไร มีแบบหรือสเปกจากวิศวกรไหม และต้องส่งเอกสารอะไรบ้าง เดี๋ยวเราแนะนำเกรดลวดที่เหมาะให้ พร้อมเตรียม MTC ให้ด้วยถ้าต้องใช้ มีครบทั้ง ARCTECH KOBE และ YAWATA ราคาพิเศษสำหรับร้านค้า โรงงาน ผู้รับเหมา และงานโครงการ
อยากถามให้ชัวร์ก่อนสั่ง โทรมาได้เลยครับ
บอกแค่ว่าเชื่อมวัสดุอะไร หนาเท่าไร ใช้ตู้แบบไหน เดี๋ยวเราแนะนำเบอร์ลวดกับช่วงแอมป์ให้
083-901-9222 แอดไลน์สอบถาม

