เจอเหล็กหนา 20 มิลต้องตัด แต่ใบตัดหมดพอดี ลมก็ไม่มี แก๊สก็ไม่มี มีแค่ตู้เชื่อมกับลวดเชื่อม
หลายคนไม่รู้ว่าตู้เชื่อมตัดเหล็กได้ครับ แค่ต้องใช้ลวดคนละแบบ เรียกว่าลวดเซาะร่อง
ชื่อบอกว่าเซาะร่อง แต่จริง ๆ ทำได้มากกว่านั้น
งานซ่อมบำรุงโรงงานที่ต้องเข้าไปในที่แคบ ๆ นี่แหละที่ลวดเซาะร่องคุ้มที่สุด เพราะแค่ลากสายเชื่อมเข้าไป ไม่ต้องลากสายลมหรือถังแก๊ส
| หัวข้อ | ลวดเซาะร่องแบบหุ้มฟลักซ์ | แท่งคาร์บอนเซาะร่อง |
|---|---|---|
| ต้องใช้ลมอัดไหม | ไม่ต้อง | ต้อง ใช้หัวจับที่มีช่องเป่าลม |
| อุปกรณ์เพิ่ม | ไม่มี ใช้หัวจับเดิม ตู้เดิม | ต้องมีปั๊มลมและหัวจับเฉพาะ |
| ความเร็ว | ปานกลาง | เร็วกว่ามาก ร่องกว้างและลึกกว่า |
| ร่องที่ได้ | ค่อนข้างเรียบ | หยาบกว่า ต้องเจียรตามทีหลัง |
| เหมาะกับ | งานซ่อม งานจุกจิก หน้างานที่ไม่มีลม | งานรื้อปริมาณมาก งานในโรงงานที่มีระบบลม |
สรุปสั้น ๆ — ถ้าหน้างานไม่มีลมอัดหรือทำงานจุกจิกไม่กี่จุด ใช้แบบหุ้มฟลักซ์ครับ สะดวกกว่ามาก แต่ถ้าต้องรื้อแนวเชื่อมยาว ๆ ในโรงงานที่มีระบบลมอยู่แล้ว แท่งคาร์บอนคุ้มกว่าเยอะ
ของที่มี — ARCTECH Chamfertrode และ YAWATA Chamfertrode เป็นแบบหุ้มฟลักซ์ไม่ใช้ลม ส่วน ARCTECH Gouging Carbon เป็นแท่งคาร์บอนแบบใช้ลม ดูทั้งหมวดที่ ลวดเซาะร่อง ลวดเจาะไฟฟ้า
ท่าเชื่อมกับท่าเซาะร่องไม่เหมือนกันเลยครับ ใครใช้ท่าเชื่อมปกติจะรู้สึกว่ามันไม่กินเนื้อ
เคล็ดลับที่ช่วยได้มาก — ถ้าเป็นงานตัด ให้ทำมุมชันขึ้นและกดทะลุลงไปเลย ส่วนถ้าเป็นงานเซาะร่อง ให้ราบกับผิวแล้วดันไปเรื่อย ๆ
งานเซาะร่องอันตรายกว่างานเชื่อมปกติหลายเท่าครับ ต้องเตรียมตัวมากกว่า
ตอบตรง ๆ ว่าไม่ได้ทดแทนกันครับ แต่ละอย่างมีที่ของมัน
| หัวข้อ | ลวดเซาะร่อง | พลาสม่า |
|---|---|---|
| ต้นทุนเริ่มต้น | แทบไม่มี ใช้ตู้เดิม | ต้องซื้อเครื่องแยก |
| รอยตัด | หยาบ ต้องเจียรตาม | เรียบ ใช้ต่อได้เลย |
| ความเร็วตัดแผ่นยาว | ช้า | เร็วมาก |
| เข้าที่แคบ ที่สูง | ได้ดี ลากแค่สายเชื่อม | ลำบากกว่า ต้องมีลมด้วย |
| เหมาะกับ | งานซ่อม งานฉุกเฉิน งานจุกจิก | งานตัดประจำ งานผลิต |
โรงงานส่วนใหญ่มีทั้งสองอย่างครับ พลาสม่าไว้ตัดงานประจำ ส่วนลวดเซาะร่องเก็บไว้ในกล่องเครื่องมือสำหรับตอนที่ต้องขึ้นไปซ่อมบนที่สูงหรือเข้าไปในที่แคบ
ถ้าเซาะเพื่อจะเชื่อมทับ อย่าเชื่อมทับทันทีครับ
ข้อ 1 คือข้อที่คนข้ามบ่อยที่สุดและเป็นเหตุให้เชื่อมซ่อมแล้วร้าวซ้ำที่เดิมครับ
ได้จริงครับ ใช้ตู้เชื่อมธรรมดากับหัวจับเดิม ไม่ต้องมีลมอัดหรือถังแก๊ส เหมาะกับงานตัดเหล็กหนาที่ใบตัดเข้าไม่ถึง เจาะรูบนเหล็กหนา ตัดน็อตที่เป็นสนิมจนถอดไม่ออก และรื้อโครงเหล็กในที่แคบหรือที่สูงที่ลากอุปกรณ์อื่นเข้าไปลำบาก รอยตัดจะหยาบกว่าพลาสม่าและต้องเจียรตามทีหลัง
ลวดเซาะร่องแบบหุ้มฟลักซ์ไม่ต้องใช้ลมอัด ใช้หัวจับและตู้เชื่อมเดิมได้เลย สะดวกสำหรับงานซ่อมและหน้างานที่ไม่มีระบบลม ส่วนแท่งคาร์บอนต้องมีลมอัดและหัวจับเฉพาะที่มีช่องเป่าลม แต่ทำงานได้เร็วกว่ามากและเซาะร่องได้กว้างลึกกว่า เหมาะงานรื้อปริมาณมากในโรงงาน
สูงกว่าการเชื่อมปกติมากครับ ประมาณ 1.5 เท่าของที่ใช้เชื่อมด้วยลวดขนาดเดียวกัน และให้ดูค่าที่แนะนำข้างกล่องเป็นหลักเพราะแต่ละรุ่นต่างกัน ถ้าตั้งแอมป์ต่ำไปจะรู้สึกว่ามันไม่กินเนื้อและลวดติดชิ้นงานตลอด
ไม่ควรครับ ต้องเจียรผิวร่องให้เรียบก่อน เพื่อเอาชั้นผิวที่โดนความร้อนออก เพราะตรงนั้นเนื้อจะแข็งและมีคาร์บอนสะสม ถ้าเชื่อมทับเลยเนื้อจะไม่กลืนและเสี่ยงร้าวซ้ำที่เดิม ข้อนี้คนข้ามบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุที่งานเชื่อมซ่อมมักร้าวซ้ำ
ไม่ได้ผลดีครับ ลวดเชื่อมทั่วไปออกแบบมาให้เติมเนื้อ ส่วนลวดเซาะร่องออกแบบฟลักซ์มาให้เกิดแรงอาร์กที่เป่าน้ำเหล็กออกจากร่องแทน เอาลวดเชื่อมมาใช้จะได้แค่แนวเชื่อมนูน ๆ ไม่ได้ร่อง และเปลืองลวดมากโดยไม่ได้อะไร
ถ้าหน้างานไม่มีลมอัด เริ่มที่แบบหุ้มฟลักซ์ครับ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่มเลย ใช้ตู้กับหัวจับเดิมได้ทันที โทรหรือแอด LINE มาบอกว่าจะเอาไปตัดหรือเซาะอะไร เหล็กหนาประมาณไหน เดี๋ยวเราแนะนำขนาดที่เหมาะและบอกช่วงแอมป์ที่ควรตั้งให้ครับ
อยากถามให้ชัวร์ก่อนสั่ง โทรมาได้เลยครับ
บอกแค่ว่าเชื่อมวัสดุอะไร หนาเท่าไร ใช้ตู้แบบไหน เดี๋ยวเราแนะนำเบอร์ลวดกับช่วงแอมป์ให้
083-901-9222 แอดไลน์สอบถาม

