เชื่อมท่าราบบนโต๊ะสวยทุกเส้น พอต้องปีนขึ้นไปเชื่อมใต้คานหรือเชื่อมเสาแนวตั้ง น้ำเหล็กไหลย้อยลงมากองอยู่ข้างล่างหมดเลย
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าฝีมือไม่ถึงครับ แต่เป็นเพราะแรงโน้มถ่วงมันเปลี่ยนข้าง แล้วเรายังใช้วิธีเดิมอยู่ ท่าเชื่อมแต่ละท่ามีกติกาของตัวเอง รู้แล้วเชื่อมได้ทุกท่าครับ
รหัสท่าเชื่อมที่เห็นในแบบงานหรือใบสอบ ใช้ตัวเลขกับตัวอักษร ตัวเลขคือท่า ส่วนตัวอักษรบอกว่าเป็นรอยต่อแบบไหน
| รหัส | ชื่อที่ช่างเรียก | ลักษณะ |
|---|---|---|
| 1G / 1F | ท่าราบ | ชิ้นงานวางราบ เชื่อมจากด้านบน ง่ายที่สุด |
| 2G / 2F | ท่าระดับ หรือท่าขนาน | แนวเชื่อมอยู่แนวนอน แต่ชิ้นงานตั้ง |
| 3G / 3F | ท่าตั้ง | แนวเชื่อมอยู่แนวดิ่ง เชื่อมขึ้นหรือลงก็ได้ |
| 4G / 4F | ท่าเหนือศีรษะ | เชื่อมใต้ชิ้นงาน หงายหน้าขึ้น ยากที่สุด |
| 5G | ท่อนอน ท่อไม่หมุน | ท่อวางนอน ต้องเชื่อมวนรอบครบทุกท่าในเส้นเดียว |
| 6G | ท่อเอียง 45 องศา | ท่าสอบที่ยากที่สุด ผ่าน 6G ถือว่าเชื่อมได้ทุกท่า |
G กับ F ต่างกันตรงไหน — G มาจากรอยต่อชนแบบบากร่อง ส่วน F คือรอยต่อฉากแบบเชื่อมมุม ที่เจอในงานทั่วไปส่วนใหญ่เป็น F ครับ เช่นเชื่อมเหล็กกล่องต่อฉาก
สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อออกจากท่าราบ คือแรงโน้มถ่วงจะดึงน้ำเหล็กออกจากที่ที่เราอยากให้มันอยู่ ฉะนั้นกติกาคือทำให้แอ่งน้ำเหล็กเล็กลงและเย็นเร็วขึ้น
คำถามนี้เถียงกันในร้านเชื่อมมาหลายสิบปีแล้วครับ คำตอบคือคนละงานกัน
| หัวข้อ | เชื่อมลง (ลากลง) | เชื่อมขึ้น (ลากขึ้น) |
|---|---|---|
| ความเร็ว | เร็วกว่ามาก | ช้า |
| ความร้อนลงชิ้นงาน | น้อย | มาก |
| เนื้อเชื่อมซึมลึก | ตื้น | ลึก |
| เหมาะกับ | เหล็กแผ่นบาง งานเร็ว งานไม่รับแรงมาก | เหล็กหนา งานโครงสร้างรับแรง |
| ลวดที่ใช้ได้ | ลวดรูไทล์ E6013 บางรุ่นที่ระบุว่าลากลงได้ | ได้หมด รวมถึงโลว์ไฮโดรเจน |
ข้อควรระวังที่สำคัญ — งานโครงสร้างที่มีสเปกหรือมีวิศวกรเซ็นแบบ ส่วนใหญ่ห้ามเชื่อมลงครับ เพราะเนื้อซึมตื้นและสแลกมีโอกาสฝังในแนวสูง ถ้าแบบไม่ได้ระบุว่าให้เชื่อมลงได้ ให้เชื่อมขึ้นไว้ก่อน
ลวดที่ออกแบบมาสำหรับลากลงโดยเฉพาะก็มี เช่น KOBE-30 (E6013) ที่ระบุไว้ชัดว่าเชื่อมเหล็กแผ่นบางแบบตั้งลากลงได้ ส่วนงานโครงสร้างที่ต้องเชื่อมขึ้นให้ใช้ KOBE LB-52 หรือ ARCTECH ARC-7016
ท่านี้ยากตรงที่น้ำเหล็กจะไหลลงมาทับแนวที่เพิ่งเชื่อมไป วิธีที่ได้ผลคือส่ายเป็นรูปตัวแล้วหยุดค้างที่ขอบ
หัวใจอยู่ที่ตรงกลางต้องเร็ว ขอบต้องช้า ตรงข้ามกับที่คนส่วนใหญ่ทำโดยสัญชาตญาณ ถ้าแช่ตรงกลางเนื้อจะกองแล้วไหลย้อยลงมาทันที
ท่าที่คนกลัวที่สุด แต่จริง ๆ ถ้าตั้งค่าถูกจะง่ายกว่าท่าตั้งอีกครับ
งานจริงส่วนใหญ่คือเชื่อมมุม คือเอาเหล็กสองชิ้นมาต่อเป็นฉาก แล้วเชื่อมตรงมุมใน
เพราะความร้อนทำให้เหล็กขยายแล้วหดไม่เท่ากันครับ ด้านที่เชื่อมหดมากกว่า งานจึงโก่งเข้าหาแนวเชื่อม
วิธีลดการบิด
เป็นรหัสบอกท่าของงานเชื่อมครับ 1G คือท่าราบ ชิ้นงานวางราบเชื่อมจากด้านบน ง่ายที่สุด · 2G ท่าระดับ แนวเชื่อมอยู่แนวนอนแต่ชิ้นงานตั้ง · 3G ท่าตั้ง แนวเชื่อมอยู่แนวดิ่ง · 4G ท่าเหนือศีรษะ เชื่อมใต้ชิ้นงาน ส่วนตัว G หมายถึงรอยต่อชนบากร่อง ถ้าเป็น F จะเป็นรอยต่อฉากแบบเชื่อมมุม
ขึ้นกับงานครับ ลากลงเร็วกว่าและความร้อนน้อยกว่า เหมาะเหล็กแผ่นบางและงานที่ไม่รับแรงมาก แต่เนื้อซึมตื้น ส่วนลากขึ้นช้ากว่าแต่เนื้อซึมลึกกว่า เหมาะเหล็กหนาและงานโครงสร้าง ข้อสำคัญคืองานที่มีสเปกหรือวิศวกรเซ็นแบบส่วนใหญ่ห้ามเชื่อมลง ถ้าไม่ได้ระบุไว้ให้เชื่อมขึ้นไว้ก่อน
ไล่ตามนี้ครับ — ลดแอมป์ลงจากท่าราบราว 10–15% · เปลี่ยนไปใช้ลวดเล็กลงหนึ่งเบอร์ · เดินอาร์กให้สั้นที่สุด · ส่ายแบบหยุดค้างที่ขอบสองข้างแล้วลากผ่านกลางเร็ว ๆ อย่าแช่ตรงกลาง ข้อสุดท้ายนี้สำคัญที่สุดและตรงข้ามกับที่คนส่วนใหญ่ทำโดยสัญชาตญาณ
เพราะด้านที่เชื่อมหดตัวมากกว่าอีกด้าน งานจึงโก่งเข้าหาแนวเชื่อม แก้ได้โดยเชื่อมจุดยึดให้ครบก่อน เชื่อมสลับข้างสลับทิศแทนการไล่ยาวทางเดียว ใช้แคลมป์จับแน่นจนกว่างานจะเย็น และถ้ารู้ทิศที่มันจะโก่งให้ดัดเผื่อไว้ล่วงหน้าในทางตรงข้าม
ทำมุม 45 องศากับทั้งสองชิ้นครับ ถ้าเอียงเข้าหาชิ้นใดชิ้นหนึ่งมากกว่า ชิ้นนั้นจะโดนกัดเป็นร่องส่วนอีกชิ้นเนื้อจะไม่กลืน ยกเว้นกรณีเหล็กสองชิ้นหนาไม่เท่ากัน ให้เอียงเข้าหาชิ้นที่หนากว่าเล็กน้อย เพราะชิ้นหนาดูดความร้อนไปมากกว่า
โทรหรือแอด LINE มาบอกว่าเชื่อมท่าไหนเป็นหลัก เหล็กหนาเท่าไร และงานมีสเปกกำหนดหรือเปล่า เดี๋ยวเราแนะนำให้ครับ งานท่าตั้งลากลงกับงานท่าตั้งลากขึ้นใช้ลวดคนละแบบกัน เลือกผิดแล้วเหนื่อยฟรี มีครบทั้งลวดธูปและลวดโลว์ไฮโดรเจน ราคาพิเศษสำหรับร้านค้า โรงงาน และผู้รับเหมา
อยากถามให้ชัวร์ก่อนสั่ง โทรมาได้เลยครับ
บอกแค่ว่าเชื่อมวัสดุอะไร หนาเท่าไร ใช้ตู้แบบไหน เดี๋ยวเราแนะนำเบอร์ลวดกับช่วงแอมป์ให้
083-901-9222 แอดไลน์สอบถาม

